1. ทะเลทรายโกบี (Gobi Desert)

ทะเลทรายโกบี เป็นทะเลทรายที่มีความกว้างใหญ่ติดอยู่ใน 1 ใน 5 ของทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ทางภาคเหนือ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน และทางตอนใต้ของประเทศมองโกเลีย ทอดยาวตามแนวชายแดนจีน-มองโกเลีย ประมาณ 4,830 กิโลเมตร มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยาของประเทศมองโกเลีย เป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบฟอสซิลที่สำคัญ ซึ่งไข่ไดโนเสาร์ใบแรกก็ได้ถูกค้นพบที่นี่ แอ่งทะเลทรายขนาดใหญ่นี้จะโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาอัลไตและทุ่งหญ้าสเตปป์ที่กว้างใหญ่ ทะเลทรายโกบีแตกต่างจากทะเลทรายทั่วไปตรงที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าที่ราบกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของอูฐจำนวนมาก อุดมไปด้วยสัตว์ป่า เช่น แพะภูเขา ม้า ลา ฯลฯ และพืชพรรณ พร้อมทั้งอากาศที่สดชื่น สามารถสูดอากาศที่บริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด

อูลานบาตอร์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมองโกเลีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ในหุบเขาบนแม่น้ำ Tuul มีประวัติที่ยาวนาน ในยุคจักรวรรดิมองโกลเคยเป็นเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ แต่หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิมองโกล เมืองแห่งนี้ก็ได้รับชื่อใหม่ว่า Urga เพื่อเป็นเกียรติแก่ Zanabazar ผู้นำทางด้านศาสนา หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนชื่ออีกหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายได้เปลี่ยนมาเป็น อูลานบาตอร์ ในปี ค.ศ. 1924 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Sukhbaatar ผู้นำการปฏิวัติการปกครองในมองโกเลีย ซึ่งชื่อนี้มีความหมายว่า วีรบุรุษสีแดง
ปัจจุบันอูลานบาตอร์เป็นศูนย์กลางของการเดินทาง ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ มีบริการรถไฟและรถโดยสารทางไกล มีถนนที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของมองโกเลียและประเทศใกล้เคียง สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ และสถาบันการศึกษาอีกด้วย
3. เมืองเก่าคาราโคลัม (Karakorum)
ปัจจุบันอูลานบาตอร์เป็นศูนย์กลางของการเดินทาง ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ มีบริการรถไฟและรถโดยสารทางไกล มีถนนที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของมองโกเลียและประเทศใกล้เคียง สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ และสถาบันการศึกษาอีกด้วย

พื้นที่ของเมืองเก่าแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงในยุคของอาณาจักรมองโกลหรือในยุคของเจงกิสข่าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1220 ในหุบเขา Orkhon บริเวณทางแยกของเส้นทางสายไหม ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงอย่างยาวนานมากว่า 40 ปี แล้วล่มสลายไปตามจักรวรรดิมองโกล บ้านเรือนต่าง ๆ ได้ถูกทำลายไปบางส่วน แต่ยังคงหลงเหลือไว้ให้ได้ชื่นชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมในยุคที่มองโกลกำลังรุ่งเรือง โดยเฉพาะพระอาราม Erdene zuu ที่มีกำแพงอันโดดเด่น ยาวประมาณ 400 เมตร กับเจดีย์อีกกว่า 108 เจดีย์ ที่ล้อมรอบพระอารามแห่งนี้ เป็นความสวยงามที่พาย้อนให้เราเข้าสู่ยุคเจงกิสข่านได้ดีที่สุด
ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,645 เมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมองโกเลีย ซึ่งติดกับชายแดนรัสเซีย เป็นที่ตั้งของทะเลสาบฮุฟสกุล ทะเลสาบที่มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยมีธรรมชาติที่งดงาม โอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีความยาวประมาณ 136 กิโลเมตร และลึกถึง 262 กิโลเมตร มีแม่น้ำมากกว่า 90 สาย ที่ไหลมาสู่ทะเลสาบแห่งนี้ ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความบริสุทธิ์เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย บริเวณโดยรอบของทะเลสาบ รวมไปถึงพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบฮุฟสกุล (The Lake Khuvsgul National Park) มีชนเผ่าต่าง ๆ อาศัยอยู่มาก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเยี่ยมชมความสวยงามของธรรมชาติไปพร้อม ๆ กับการเยี่ยมชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมอันเก่าแก่ของแต่ละชนเผ่าได้อย่างใกล้ชิด
5. เทือกเขาอัลไต (Altai Tavan Bogd National Park)


เส้นทางท่องเที่ยวเทือกเขาอัลไต ห่างจากเมือง Bayan-Ulgii ไปประมาณ 180 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 636,200 เฮกตาร์ ซึ่งครอบคลุมทั้งเมือง Bayan-Ulgii, Tsengel Soum, Ulaanhus Soum, Sagsai Soum และ Altai Soum โดยมี Khuiten Uul เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด (4,353 เมตร) ซึ่งสามารถมองเห็นฝั่งประเทศจีนและประเทศรัสเซีย ในหน้าหนาวเทือกเขาแห่งนี้จะมีภูมิทัศน์ที่สวยงามมาก ทุกตารางนิ้วจะกลายเป็นสีขาวดั่งปุยเมฆ กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินที่ต้องไปสัมผัส หิมะจะปกคลุมทั่วทั้งเทือกเขา ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร ทุ่งหญ้า เป็นความงดงามที่ชีวิตนี้ควรได้ไปเห็นด้วยตา
แหล่งที่มา: http://travel.kapook.com/view120042.html

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น